ว่านหางจระเข้ สรรพคุณดีมีประโยชน์

ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ จัดอยู่ในตระกูลลิเลี่ยม ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ทางชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทางตอนใต้ของแอฟริกาและจัดว่าเป็นพืชเขตร้อนซึ่งมีมากกว่า 300 ชนิดบนโลก ว่านหางจระเข้เป็นพืชประเภทหน่อมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้มรวมถึงบางชนิดมีสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำเป็นส่วนประกอบภายในจำนวนมาก ว่านหางจระเข้จัดว่าเป็นพืชที่มีลำต้นไม่สูง โดยลำต้นเฉลี่ยประมาณ 60 – 100 เซนติเมตร โดยการดูแลรักษาว่านหางจระเข้นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากรวมถึงการปลูก เพราะว่าว่านหางจระเข้เป็นพืชเขตร้อนซึ่งสามารถดูดซึมอาหารและแร่ธาตุในดินทำให้ลำต้นอวบและสามารถทนอยู่ในสภาวะแห้งแล้งได้ ว่านหางจระเข้นอกจากปลูกไว้ตามบ้านเพื่อเป็นไม้ประดับแล้ว ว่างหางจระเข้ยังมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์อื่นๆอีกเช่น การบำรุงผิวพรรณรวมถึงสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรในการรักษาแผลพุพอง นอกจากนี้ทางบริษัทเสริมความงามต่างๆนั้นยังมีการนำว่านหางจระเข้มาสกัดเป็นเจลในการบำรุงผิวหน้าและรักษาสิวที่อักเสบให้หายรวมถึงสามารถลบจุดด่างดำให้จางลงได้ ซึ่งคุณสมบัติใน ว่านหางจระเข้ มีสารประเภท Glycoprotein ซึ่งต้านการอักเสบได้ นอกจากนี้ส่วนที่เป็นวุ้นนั้นยังสามารถนำมารับประทานเป็นยาแก้การอับเสบของโรคกระเพาะได้ดีอีกด้วย โดยการนำเอาวุ้นมาทานนั้นต้องล้างน้ำให้สะอาดจนเมือกในวุ้นหมดจึงนำมารับประทานได้  รวมถึงเมือกที่มีลักษณะสีเหลืองซึ่งเป็นสารที่ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยในเรื่อง น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และช่วยสมานแผล

น้ำ มะตูม 2

มะตูมนอกจากสรรพคุณที่คุ้นเคยเรื่องน้ำมะตูมกินแล้วแก้ร้อน แก้ไข้ และเป็นยาบำรุงกำลังดังที่กล่าวแล้วมะตูมยังถือเป็นสมุนไพรรับมือกับไทยแลนด์ “สังคมสูงวัย” ด้วย เนื่องจากมะตูมมีสรรพคุณโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ เป็นยาบำรุงธาตุคำว่า “ธาตุ” นี้มีความหมายได้ 2 มิติ ได้แก่ ธาตุที่หมายถึง ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุที่อยู่ในร่างกายของเราคำว่าธาตุอีกความหมายหนึ่งที่มะตูมช่วยได้ คือ ธาตุที่หมายถึงระบบการย่อยอาหาร ทั้งกระเพาะและลำไส้ มะตูมถือเป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติแบบนี้ได้ ทั้งสารพัดโรคทีเกี่ยวกับท้องเช่น แก้จุกเสียดท้อง ขับลมในท้องและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องเสียก็ได้ แก้ท้องผูกก็ดี ถ้าจะให้ได้สรรพคุณตามภูมิปัญญาดั้งเดิม แนะนำให้กินลูกมะตูมสุก กินสดก็ได้ หรือนำไปต้มกิน ถ้าต้ม ให้ใช้วิธีขูดผิวลูกออกก่อน แล้วทุบลูกมะตูมให้แตกพอร้าว ใส่น้ำท่วมลูกมะตูม ใช้สัก 2-3 ลูก ต้มเดือดนาน 5-10 นาที ใส่น้ำตาลพอหวาน กินวันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน กินน้ำแล้วเนื้อมะตูมก็กินได้ ช่วยปรับธาตุแล้วยังเป็นยาบำรุงกำลังด้วย หากไม่สะดวกหรือหามะตูมสดกินยาก ก็ให้ใช้มะตูมแห้งต้มน้ำดื่มแทนได้ แต่โบราณว่าสรรพคุณไม่ดีเท่าลูกสด …

น้ำมะตูม

น้ำมะตูมอาจถือว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติไทยก็ได้ เพราะสามารถรับมือกับอากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี หากวันไหนร้อนจัดผสมน้ำมะตูมใส่น้ำแข็ง ดื่มแล้วสดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ดี มะตูมจึงเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ร้อนในร่างกาย และกินกันได้ทั้งปีไม่ว่าจะเปลี่ยนไปฤดูไหน มะตูม เป็นเครื่องดื่มหรือเป็นชาสมุนไพรที่ฮิตติดใจในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติอยู่แล้ว แต่หลายคนยังไม่ค่อยคุ้นเคยว่า มะตูมสุกนั้นในทางสรรพคุณจากตำรายาไทยก็ดี จากประสบการณ์ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยก็ดี ต่างยืนยันว่าเป็นยาสมุนไพรหรืออาหารสมุนไพรช่วยบำรุงกำลังดีนักแลหรือจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะด้วย ใช้มะตูมแก่พอเริ่มสุก แกะเมล็ดในออก เอาแต่เนื้อมาผสมน้ำผึ้ง แล้วใส่หม้อหรือกระทะตั้งไฟอ่อนๆ พอร้อน ยกลงใส่โหลเก็บไว้ ตักกินครั้งละ 1-2 ช้อนแกง วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนที่ผมจะกินยานี้ ผมไม่ค่อยมีแรง อ่อนเพลียมาก ทำงานแล้วเหนื่อยง่าย กินยานี้แล้ว ทำงาน เดิน วิ่ง ก็รู้สึกว่าเหนื่อยช้า ทำงานไม่ค่อยเหนื่อย” คำบอกเล่าของสมาชิกท่านหนึ่งที่รับราชการตำรวจเล่าให้ฟัง ถ้ากล่าวตามสรรพคุณของมะตูม พอจะแยกแยะตามตำรายาไทย ลูกมะตูมอ่อนยังเล็ก ใช้แก้ไข้ตรีโทษ แก้ลม ลูกมะตูมอ่อน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับผายลม แก้เสมหะและลมทั้งปวง ลูกมะตูมแก่ แก้เสมหะ บำรุงธาตุไฟ ย่อยอาหารให้ละเอียด ให้ปิดธาตุ แก้เสลดและลม ลูกมะตูมสุก แก้ลมเสียดแทงในท้อง …

5 หมู่ทานถูกต้องชีวิตมีแต่สุข

พบกับเรื่องราวดีที่นำมาฝากกันในวันนี้ ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นเรื่องราวดีๆที่นำมาให้ทุกคนได้รับสาระได้อย่างเต็มที่ที่สุด แน่นอนว่า คนเราในทุกวันก็ต้องการสารอาหารเพื่อนำไปเลี้ยงระบบร่างกายส่วนต่างของเราอย่างเต็มที่ ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อเย็น ทั้งสามมื้อนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากคุณจะต้องรับประทานให้ครบสามมื้อแล้วในแต่ละวันคุณก็ต้องการสารอาหารให้ครบ 5หมู่อย่างแน่นอน ไม่ว่า โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่  อย่างที่บอกในยุคสมัยที่เร่งรีบในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเด็กหรือคนวัยทำงานก็ตามปัจจุบันคนเราได้รับสารอาหารอย่างไม่เต็มที่เท่าไหร่ ทำให้คนเราเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างมากมาย เสียเงินเข้าโรงพยาบาลกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว ทำให้ชีวิตไม่มีความสุขอย่างแน่นอนแต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เปลี่ยนวิถีชีวิตการกิน เชื่อได้เลยว่าจะได้ทำให้มีความสุขได้อย่างแน่นอน การกินอาหารก็ให้ครบ 5 หมู่ก็จะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และ ทานอาหารให้ครบสามมี้อแล้วละก็ แน่นอนว่าคุณจะไม่ป่วย มีสุขภาพที่ดีได้อย่างแน่นอน อย่างว่าและ อาหารในทุกมื้อมื้อที่สำคัญที่สุดมือหนึ่ง คิอ อาหารมื้อเช้าเป็นสำคัญที่สุด เพราะร่างกายต้องการสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย พร้อมกับการทานอาหารที่ต้องครบถ้วน 5 หมู่ด้วยกัน เชื่อได้เลยว่า สุขภาพดีกับการอาหารที่ครบถ้วนแล้วละก่อน ก็จะให้ร่างกายคุณไม่มีทางป่วยอย่างแน่นอน ถ้าคุณดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพการกิน และอย่าลืมออกกำลังกายด้วยแค่นี้สุขภาพดีอย่างแน่นอน  

มะเขือเทศ ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ

ถ้าพูดถึงผักชนิดหนึ่งที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้วละก่อน เชื่อได้เลยว่า ผักชนิดนี้ผักขวัญใจของใครๆหลายคนอย่างแน่นอนครับ กับ มะเขือเทศ พืชผักชนิดนี้ที่กล้าการันตีได้เลยว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด  มะเขือเทศเป็นพืชผักที่ต้องบอกเลยว่าทำอาหารได้หลากหลายเมนูเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ข้าวผัดหมู หรือ ไก่ หรือ ข้าวผัดอเมริกัน ที่แสนอร่อยและทำให้หลายคนชื่นชอบกัน นอกจากนี้ ก็ยังสามารถทำเมนูที่เราสามารถนึกเองได้ทันที ประโยชน์ของมะเขือเทศหรอ พุดเลยว่า มีมากมายก่ายกองเลยจริงๆ  ตอนเด็กเชื่อเลยว่า บางคนชอบกินมะเขือเทศไม่อร่อย ตอนนั้นแอดมินยังจำได้เลยว่า ไม่ชอบเลย แต่พอได้กินครั้งเดียวก็รู้สึกชอบเลยจริง เพราะเต็มไปด้วยประโยชน์ที่มากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น กินแล้วทำให้ผิวพรรณดี แน่นอนว่าผิวพรรณของเราดีจริง มีน้ำมีนวลอย่างแท้จริง สิวไม่มีเลยจริงๆ นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว สำหรับผู้ชาย ใครที่ได้ทานมะเขือเทศแล้วละก่อน มะเขือเทศมีสารไลโคปีน  ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากทานเป็นประจำ มะเขือเทศเป็นผักที่ต้องบอกเลยว่า ครบถ้วน ชัดเจน ด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ไม่เชื่อก็ลองทานดู

การกดจุดวิธีง่ายๆ แก้ภูมิแพ้

   สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน นั้นทำให้ร่างกายของคนเรานั้นไม่แข็งแรงพอ ทำให้อ่อนแอ ก็จะทำให้มีอากาศรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด ไอ หรือเจ็บคอ ซึ่งถ้ายังคงเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้ตนเองนั้นรู้สึกรำคาญไม่นอ้ยเลยนะครับ ซึ่งสิ่งเดียวที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้หายได้ก็คือต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอๆ นั่นเอง แต่อีกหนึ่งวิธีที่จะสามารถช่วงป้องกันอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “การกดจุด” หลายๆ คนคงงง ว่าการกดจุดนั้นคืออะไร ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับว่าจะช่วยได้จริงหรือเปล่าเพราะส่วนตัวนั้นก็เป็นภูมิแพ้ดังกล่าวเหมือนกันอยู่ ซึ่งโรคแพ้อากาศนั้นในประเทศไทยก็เป็นกันอยู่มากมายหลายคน ซึ่งถ้าหากใครเป็นแบบนี้อยู่ ก็คงต้องลองหาวิธีธรรมชาติมาช่วยในการบำบัดรักษาด้วยวิธีธรรมชาติอย่าง การกดจุด นี่แหละครับ ซึ่งเป็นการรักษาที่ไร้สารเคมี การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยการกดจุดนั้นก็จะมีวิธีการดังต่อไปนี้ 1.ต้องสงบสติอารมณ์ คือจะต้องค่อยๆ หายใจเข้าหายใจออกอย่างช้าๆ จัดท่าทางในการนวดให้สะดวก โดยนั่งให้ผ่อนคลาย เริ่มต้นด้วยการกดจุดโดยใช้นิ้วชี้กดลงไป ของด้านข้างจมูกทั้งสองข้าง ดันขึ้นบนจนถึงข้างสันจมูก จากนั้นก็ลากนิ้วไปจนสองนิ้วชิดนันทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจมูกจะรู้สึกร้อน ต่อมาให้ใช้นิ้วโป้งกดไปที่ จุดเฟิงฉืด หรือตรงสันคอของเราเอง นวดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าตรงบริเวณนั้นมีความอุ่น เอาเป็นว่าหากใครเป็นภูมิแพ้ก็ลองทำกันดูนะครับเพื่อที่จะได้ไม่ส่งผลความรำคาญต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งการกดจุดนั้นต้องทำไปเรื่อย ๆ นะครับเพื่อที่จะได้เห็นผลได้ชัดเจน

อาหารที่เหมาะในช่วงฤดูหนาว

       ประเทศไทยก็ถือเป็นประเทศที่มีอากาศแปรปรวนอยู่ตลอดเวลานะครับ ซึ่งคนเรานั้นก็จะต้องปรับเปลี่ยนอาหารในแต่ละช่วงเพื่อที่จะให้ร่างกายของเรานั้นมีแรงต้านโรค ซึ่งในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็จำเป็นอย่างมากเลยนะครับที่จะต้องรับประทานอาหารที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายนั่นเอง อาหารเช้าในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็ควยที่จะรับประทานอาหารประเภทพวกข้ามต้มร้อนๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หรืออาจจะเติมถั่วและผลไม้ลงไปต้มด้วยเพื่อที่จะเพิ่มคุณค่าทางอาหารนั่นเอง สิ่งที่ไม่ควรกินในมื้อเช้านั้นก็เช่นพวก ผัก ผลไม้ที่ดิบ เพราะจะทำให้ร่างกายนั่นเกิดความเย็น ซึ่งก็ไม่ดีต่อสุขภาพในฤดูหนาวแน่นอน ส่วนอาหารกลางวันนั้น ก็ควรเป็นอาหารที่ผ่านการหุงต้มแบบร้อนๆ เพราะก็จะช่วยให้ร่างกายของเรานั้นอบอุ่น หรืออาจจะกินฟักทอง หรือ พวกเมล็ดพืช เมล็ดงาเป็นต้น ส่วนมือเย็นนั้น ก็ควรเป็นอาหารร้อนๆ เหมือนเดิมนะครับ เช่นก็อาจจะเป็นพวก จับจ่ายจากผักหัวต่างๆ หรือจะเป็นข้ามต้มก็ได้เช่นกัน ถ้าจะให้สรุป ก็คือควรกินอาหารที่ร้อนๆ เพื่อที่จะได้ให้ร่างกายของเรานั้นอบอุ่น เพื่อที่จะต้านภัยหนาวได้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามนั้น ก็ควรที่จะเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ดีต่อสุขภาพ แต่ที่สำคัญก็ควรที่จะออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยเพื่อที่จะได้ให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคนจีนนั้นก็จะเลือกรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น เพราะในหน้าหนาวนั้นหลายๆ คนก็อาจจะมีอาการไม่สบาย น้ำมูกไหล และเป็นหวัดได้ ซึ่งก็แน่นอนนะครับว่า ข้าวต้ม นิแหละ น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่หลายๆ คนสามารถหารับประทานได้ง่าย และช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้นั่นเอง

บอระเพ็ดช่วยลดความอ้วน

    แค่ได้ยินชื่อว่า บอระเพ็ด ก็รู้สึกขนหูลุกกันแล้วนะครับเพราะด้วยความขมลิ้น แต่สรรพคุณของมันนั้น ก็มีดีมากมายหลายชนิด ซึ่งถ้าหากใครได้มีโอกาสที่ได้ลิ้มลองก็จะร้องว้าวกันทุกคนเลย แต่ความขนนี้แหละมันจะเป็นแหล่งที่รวบรวมสรรพคุณไว้อย่างมากมาย เอาเป็นว่ามันจะมีอะไรบ้างนั้น คงต้องไปชิมกันพร้อมๆ กันนะครับ บอระเพ็ด ถือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากมายเลยนะครับ ซึ่งก็สามารถที่จะดับร้อน ลดไข้ ขับเหงื่อ ทำให้เลือดลมเย็น แก้อาการร้อนใน  ลดคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือดมีสามาต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็ง ถึงแม้ว่า บอระเพ็ดจะมีรสขมเพียงใด คนไทยในปัจจุบันก็ยังเอามาใช้รักษาโรคเป็นจำนวนมากเช่นกัน  แต่ก็อย่างว่านะครับ ก็ยังคงเกิดคำถามตามมาอยู่ว่า บอระเพ็ด นั้นสามารถที่จะลดความอ้วนได้จริงๆ หรือ แต่จริงๆ แล้วนั้นบอระเพ็ดสามารถที่จะลดน้ำได้ได้จริงซึ่งมีผลชัดเจน เพราะว่าในบอระเพ็ด นั้นมีฤทธิ์ช่วยในการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ซึ่งก็เลยทำให้เชื่อเลยนะครับว่า บอระเพ็ด สามารถที่จะลดน้ำหนักได้จริงๆ ซึ่งหลายๆ ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนนั้นก็จะมีส่วนผสมของ บอระเพ็ด อยู่ด้วย จึงทำให้หลายๆ คนนิยมบริโภคมากยิ่งขึ้นนั้นเอง เพราะมันกินง่ายกว่าแบบสดๆ แต่ถ้าจะกินแบบสมัยโบราณนั้น ก็จะเอาไปตากแดดให้แห้งแล้วมาบดให้ละเอียดเป็นผง นำมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั่นเป็นก้อนกลมๆ แล้วรับประทาน ซึ่งถ้าหากกินติดต่อกันไปเรื่อยๆ น้ำหนักก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง ซึ่งบอระเพ็ดนั้นในปัจจุบัน ก็สามารถที่จะนำมาแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบล่าสุดสามารถนำมาทำขนมกินได้อีกด้วยนั่นเอง

กินอย่างไรให้หน้าเด็กตลอดกาล

    หลายๆ คนคงกังวลไม่น้อยเลยนะครับกับเวลาที่กำลังจะผ่านไป เพราะเมื่ออายุมากขึ้นความแก่ก็กำลังที่จะเข้ามาเยือน ทำให้ในปัจจุบันนั้นก็มีหลายๆ คนให้ความสนใจที่จะหาเคล็ดลับทำให้หน้าดูเด็กและดูอ่อนเยาว์ตลอดกาล ซึ่งเคล็ดลับนั้นก็ไม่ได้ยาก ซึ่งใครๆ ก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน ผมเชื่อนะครับว่าการรับประทานอาหารที่ดี บวกกับการดูแลรักษาสุขภาพที่เป็นเลิศก็จะทำให้เราหน้าเด็กได้เป็นอย่างมาก วันนี้เราก็จะมีคำตอบมาให้กันแล้วนะครับว่ากินอะไรถึงน่าจะเด็กอยู่ตลอดกาลเอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยดีกว่านะครับว่ามีอะไรบ้าง การทำให้หน้าเด็กลงอยู่นั้นก็ไม่ยากมากเพียงแค่กินน้ำพริกผักต้มหรืออาหารประจำชาติไทย ที่มีสรรพคุณมากกมายหลายอย่าง ถ้ากินอย่างพอดี เชื่อเลยนะครับว่าจะทำให้ผิวพรรณนั้นสวยเปล่งปลั่งได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญก็อย่าลืมกินผลไม้และผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและเบต้าแคโรทีนที่สูงด้วยนะครับ ซึ่งการรับประทานผักและผลไม้ประเภทนี้นั้นก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้ประโยชน์กันสุดๆ แถมยิ่งกินแบบสดๆ ก็จะมีคุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น เท่านั้นยังไม่พอนะครับก็ควรที่จะหาพวกธัญพืชมากินกันบ้างนะครับ เพราะการที่ได้รับโปรตีนจากสัตว์อย่างเดียวก็คิดว่าน่าจะไม่พอ ธัญพืชนี้แหละน่าจะเป็นสิ่งที่ดี แถมกินแล้วไม่อ้วนอีกด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไมได้นั้นก็คือการดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอ ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ร่างกายของเราจะขาดน้ำไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุดและต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย ซึ่งถ้าทำได้แบบนี้ละก็เชื่อเลยนะครับว่าหน้าของเราก็จะดูเด็กและสุขภาพดีอีกด้วย

ความแก่กับการกิน

    ปัจจุบัน ก็มีอาหารให้เราเลือกกินอย่างมากมายนะครับ ซึ่งอาหารประเภทพวก ฟาดฟู้ดส์ หรือ อาหารที่ย่างตามร้านค้าทั่วไปนั้น ถ้ากินมากๆ ก็จะมีผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งการกินนั้นก็จะต้องเลือกกินให้ได้รับสารอาหารให้ได้มากที่สุด ให้ครบถ้วนทุกหมู เพื่อที่จะให้สุขภาพของเรานั้นสมบูรณ์ ไม่ทำให้เสี่อมสภาพไปอย่างรวดเร็ว อาหารมีให้เราเลือกกินมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งอาหารที่เราควรที่จะหลีกเลี่ยงนั้นเพื่อป้องกันความเจ็บป่วย ก็จะเป็นพวกอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด ไขมัน ขนมขบเคี้ยว  และนอกจากนี้นั้น อาหารที่มีรสชาติที่เค็มก็ควรที่จะเลี่ยงด้วย เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป้น หัวใจ ความดัน และ โรคไต ดังนั้นเราควรที่จะออกกำลังกายควบคู่กับการกินอาหารที่มีประโยชน์เสียดีกว่า เพราะในปัจจุบันนั้นคนไทยส่วนใหญ่ก็นิยมกินอาหารเพื่อสุขภาพกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง อาหารที่จะช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง ไม่แก่กับความเป็นจริงนั้นช่วยบำรุงผิวให้สวยงามอยู่เสมอ ก็คงจะเป็นพวก ธัญพืชสีต่างๆ ถั่ว ผัก และผัวไม้ต่างๆ เพราะอาหารพวกนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากเช่นกัน การทำให้ร่างกายนั้นแข็งแรงอยู่ตลอดเวลาได้นั้นก็อย่างที่บอกละครับว่าจะต้องควบคู่กับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ กินแต่ของดีๆ ไม่เครียด และต้องพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง ยิ่งถ้ากินอาหารคลีนควบคู่ไปด้วยละก็ ผมรับรองเลยนะครับว่าร่างกายของเรานั้นก็จะแข็งแรง และมีสุขภาพดีอย่างแน่นอนงแ